“แกะสลักชีวิต”

เมื่อวันที่ 1 – 5 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ พวกเรานักเรียนชั้น ม.6 ได้มีโอกาสไปเป็น “เงาตามงาน” กันมา ซึ่งกิจกรรมนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชาที่มีชื่อว่า

“แกะสลักชีวิต”

พวกเราได้มีโอกาสเลือกอาชีพที่ชอบและสนใจอยากจะเป็นในอนาคต แล้วไปเรียนรู้กับมืออาชีพในด้านนั้น เพื่อที่จะได้รู้จักชีวิตของผู้ประกอบอาชีพด้านนั้นๆ ก่อนที่จะต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางในอนาคตของตัวเองจริงๆสำหรับผม ผมได้มีโอกาสไปเรียนรู้ 2 อาชีพที่ผมสนใจ ได้แก่ “นักแต่งเพลง” และ “นักดนตรีบำบัด” ครับ อาชีพแรก 13996152_1224343897618281_8637718284344359591_o“นักแต่งเพลง” ผมได้มีโอกาสเป็นเงาของคุณพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือ “อาปุ้ม” ซึ่งท่านก็เป็นสมาชิกของวงดนตรี “ตาวัน” และยังเป็นเป็นนักแต่งเพลงมืออาชีพที่มีผลงานมากมายทั้งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องขุนรองปลัดชู เพลงที่ใช้ในการแสดงพระมหาชนก เพลงชุดนิทานแผ่นดิน ฯลฯ ที่สำคัญ อาปุ้มยังเป็นอาจารย์สอนวิชา Film Scoring ที่ ม.ศิลปากรอีกด้วย 

ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่อาปุ้มได้เมตตาให้ผมได้มาเรียนรู้งานจากท่านในครั้งนี้ ไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสมานั่งอยู่ในสตูดิโอของนักแต่งเพลงอันดับต้นๆ ของประเทศ ได้มาลองเล่นเครื่องดนตรี-อุปกรณ์ต่างๆ ได้ลองใช้โปรแกรมทำเพลงต่างๆ การมาเรียนรู้ในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ “เปิดโลก” ของผมอย่างมาก ได้เห็นทั้งตอนที่ท่านทำงานในสตูดิโอ ตอนที่ออกไปประชุมงานกับทีมก่อนจัดงานอีเว้นท์ ทำให้ผมได้สัมผัสจริงๆ ว่านักแต่งเพลงบางท่านมีลักษณะการทำงานและการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง รูปแบบของงานที่ได้แต่ละครั้งเป็นเช่นไร ทำงานกันอย่างนี้ ชีวิตแต่ละวันเป็นแบบนี้ งานที่จะได้เป็นแบบนี้ นอกจากนี้ผมก็ได้พูดคุยรับฟังมุมมองของท่าน ได้มีโอกาสนำผลงานที่แต่งไว้หลายๆ ชิ้นมาขอคำแนะนำว่าควรปรับปรุงอย่างไร และควรฝึกอะไรบ้างเพื่อให้มีทักษะที่พัฒนาขึ้นไป ซึ่งผมจะนำไปปฏิบัติต่อหลังจากนี้ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกฟังและวิเคราะห์เพลงให้มากขึ้น การใช้คอร์ดให้น่าสนใจกว่าเดิม และการเลือกใช้โปรแกรมสร้างเสียง นอกจากนั้นท่านยังเมตตาแนะนำผมให้รู้จักกับรุ่นพี่นักแต่งเพลงอีกด้วย ทำให้ผมได้มีโอกาสพูดคุยขอคำแนะนำจากพี่ๆ อีกด้วย

ในโอกาสนี้ก็ขอขอบคุณอาปุ้มและอานุชอย่างสูงนะครับที่ให้เปิดโอกาสให้ผมได้รับประสบการณ์อันมีค่าอย่างนี้ และขอขอบคุณพี่จีที่ช่วยแนะนำให้ผมได้รู้จักกับคุณอาทั้ง 2 ท่านด้วยส่วนอาชีพต่อมาคือ “นักดนตรีบำบัด” ผมได้มีโอกาสติดตาม “พี่ปิมปิม” – คุณภัชชพร ชาญวิเศษ ที่โรงพยาบาลจุลาลงกรณ์ และโรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์พี่ปิมถือเป็นนักดนตรีบำบัดคนแรกๆ ในประเทศไทย *ย้ำคำว่า “คนแรกๆ”* ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ตั้งแต่ตอนที่คุยกับพี่ปิมผ่านทางเพจ “ดนตรีบำบัด” แล้วพี่ปิมชวนให้มาเรียนรู้งาน ซึ่งลงตัวกับช่วงที่โรงเรียนมีโครงการแกะสลักชีวิตนี้พอดี นอกจากพี่ปิมแล้วผมก็ได้พบพี่ลูกจันทน์และพี่เมริน (พี่ที่ใส่ชุดสีฟ้า-นั่งถือกีตาร์ในภาพ) ซึ่งเป็นว่าที่นักดนตรีบำบัดรุ่นต่อมาอีกด้วยผมได้มีโอกาสไปนั่งอยู่ในวงกิจกรรมดนตรีบำบัดของคุณตาคุณยาย มีส่วนร่วมทำไปด้วยกันเหมือนว่าตัวเองเป็นคุณตาคนหนึ่ง แล้ววันต่อมาก็ได้มีโอกาสไปนั่งแอบดูอยู่ที่มุมห้องทำดนตรีบำบัดเด็กเล็ก เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าจดจำและน่าประทับใจอย่างยิ่ง หลังจากนั่งดูและทำกิจกรรมมาแล้วก็ได้มานั่งคุยต่อเกี่ยวกับหลักวิธีการและเทคนิคในการช่วยเหลือผู้ป่วย เรื่องชีวิตในแต่ละวัน ความสุข-ความทุกข์ของนักดนตรีบำบัด ไปจนถึงเรื่องซุบซิบในวงการนี้พอสนุกสนาน ทั้งหมดนี้ทำให้ผมได้เห็นภาพชีวิตของนักดนตรีบำบัดอย่างชัดเจน เห็นชีวิตของตัวเองที่จะเป็นหากเลือกเดินมาทางนี้ เห็นภาระที่นักดนตรีบำบัดต้องแบกรับไว้ ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ป่วย ต้องจัดสรรเวลาให้ดี เพราะการลาเพียงครั้งเดียวกระทบต่อชีวิตจิตใจของผู้ป่วยอย่างรุนแรง ที่สำคัญคือการรักษาใจของตัวเองให้เป็น “ปกติ” ให้ได้ก่อน ไม่ได้ห้ามอกหัก ไม่ได้ห้ามหงุดหงิด ไม่ได้ห้ามเซ็ง แต่ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่เป็นการฉุดให้ผู้ป่วยทรุดลงไปพร้อมกับเรา ซึ่งผมก็เห็นว่าภาระเหล่านี้ดูเป็นเหมือน “ความท้าทาย” มากกว่า ซึ่งผลตอบแทนของการแบกรับสิ่งเหล่านี้ก็คือคุณภาพชีวิตที่ดีของเราเอง

ผมขอขอบคุณพี่ๆ ทั้งพี่ปิม พี่ลูกจันทน์ พี่เมริน อย่างสูงครับที่ให้โอกาสผมเข้ามาเรียนรู้ และสละเวลามานั่งเล่าประสบการณ์ให้ผมฟัง อธิบายขั้นตอนของพี่ทุกๆ ขั้นจนผมเข้าใจ รวมถึงคำแนะนำในการเรียนต่อจากพี่ด้วย

การเป็นเงาตามงานในครั้งนี้ทำให้ผมได้พบปะกับสิ่งดีๆ มากมาย ตั้งแต่ความอบอุ่นใจดีของอาปุ้มและอานุช ความเต็มที่ของพี่ปิมและพี่นักดนตรีบำบัดท่านอื่นๆ ไปจนถึงมุมมองแนวคิดใหม่ๆ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์อันมีค่ายิ่งต่อการวางแนวทางการ “แกะสลักชีวิต” ของผมต่อๆ ไป

เรื่อง,ภาพ : วริศ สุคนธปฏิภาค ปั๋ม ม.๖ โรงเรียนปัญญาประทีป

วิชาบูรณาการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”แกะสลักชีวิต”