แกะสลักชีวิต ๒๕๕๙“ เงาตามงาน ”

อาจารย์ลือ จันทร์
เมื่อวันที่ ๑-๒ สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสได้ไปเรียนรู้การทำ paper sculpture หรือประติมากรรมกระดาษกับอาจารย์ ลือ จันทร อาจารย์มีประสบการณ์ด้านนี้มา10ปีแล้ว ซึ่งผมให้ความเคารพนับถือในความเพียรพยายาม การลองผิดลองถูกของอาจารย์ จนสามารถเอาชนะกระดาษแผ่นเรียบๆให้กลายเป็นประติมากรรมที่สวยงาม มีเสน่ห์ หากได้เห็นงานของอาจารย์ก็จะเห็นว่าอาจารย์ใส่ใจในรายละเอียดมากๆ ซึ่งยิ่งทำให้งานดูมีเสน่ห์ มากขึ้น การไปเรียนรู้ครั้งนี้แม้จะเป็นช่วงเวลาอันสั้นแต่ผมกลับได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจากอาจารย์มากมาย นับเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและหาไม่ได้ในห้องเรียนทั่วไปแน่นอนครับ
ผมได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการใช้อุปกรณ์ ,ทักษะพื้นฐานเช่นการตัด การดุล และเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน ส่วนวันที่สองได้เรียนรู้การสร้างtextureบนเนื้อการดาษ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่สามารถนำไปฝึกต่อยอดได้ เราไม่สามารถเก่งศิลปะได้ในวันเดียว มันเป็นเรื่องของการฝึกฝน,ความขยันและความกล้าคิดกล้าลอง ผิดคือได้เรียนรู้ เหมือนอาจารย์ลือ ที่แม้ไม่ได้มีใครสอนในเรื่องนี้ แต่ท่านฝึกฝนพัฒนาตนเองเสมอจนเก่งได้ถึงทุกวันนี้
ระหว่างวันที่ได้เป็นเงาของท่าน นอกจากจะได้รับความรู้และฝึกฝนทักษะแล้ว การพูดคุยสนทนากับอาจารย์ มักจะมีข้อคิด การใช้ชีวิตที่นำไปใช้ได้ ที่ผมจำได้แม่นคือเรื่องของกฏสองนาที เวลาจะทำอะไร เรามักจะใช้คำว่า”เดี๋ยว” ซึ่งนั้นคือหายนะ สองนาทีค่อยทำ กลายเป็นสาม เป็นสี่ เป็นหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายอาจจะไม่ได้ทำเลย แต่หากเปลี่ยนเป็น “เดี๋ยวนี้” ผลที่ออกมาก็จะตรงกันข้ามทันที
ในโอกาสนี้ผมขอขอบคุณ อาจารย์ลือ (ลือ จันทร) อาจารย์เป็นผู้ที่มีเมตตาและมีพระคุณต่อผมมากๆ อาจารย์ตั้งใจให้ความรู้พวกเรามากครับ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่อาจารย์เตรียมไว้แล้วให้เรานำกลับไปฝึกฝนต่อ หนังสือของอาจารย์ก็มอบให้พวกผมมาศึกษาต่อ มื้อเที่ยงก็เลี้ยงพวกผม(เกรงใจมาก) สิ่งที่ผมจะตอบแทนอาจารย์ได้นั้นไม่ใช่สตางค์ แต่คือการไม่ทิ้งความรู้นี้ให้สูญไปเสีย แต่ฝึกฝนและพัฒนาต่อเรื่อยๆ จนสามารถถ่ายทอดความรู้ต่อให้กับผู้อื่นได้ในอนาคตครับ

เดอะชนบท  อาจารย์ไพโรจน์ ธีระประภา
หลังจากนั้น วันที่ ๓-๕ สิงหาคม ผมได้มีโอกาสไปเรียนรู้งานกับผู้ที่ทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ครับ แต่ที่พิเศษคือ ท่านนี้เป็นผู้ออกแบบต้นแบบแรกๆของกราฟิกดีไซน์ไทยเลยทีเดียว อาจารย์ออกแบบฟอนต์ที่เราเคยมักจะเห็นคุ้นตาอย่าง ฟ้าทะลายโจรที่ใช้ในหนังเรื่องฟ้าทะลายโจร,หมานครที่ใช้ในหนังเรื่อง หมานคร และอื่นๆอีกมาก ฉายาในวงการชื่อ “โรจ สยามรวย” ปัจจุบันนี้หลังจากยุติจากทำงานโฆษนา อาจารย์ออกมาเปิดร้านขายของที่ระลึกย่านบางลำพู และปรับเปลี่ยนนำกราฟิกที่อาจารย์ปรับเปลี่ยนมานำเสนอผ่านของที่ระลึกเช่น เสื้อยืด กระเป๋า สมุดโน๊ต พวงกุญแจ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้กันทุกวันใกล้ชิดกับมันจนบางครั้งเรามองไม่เห็นว่าบนเสื้อก็มีลวดลายที่ก่อให้เกิดความงามวางไว้อยู่
วันที่๓ สิงหาคม เป็นวันแรกของการเรียนรู้งาน ด้วยความโชคดีของผม วันนั้นอาจารย์ได้เป็นวิทยากรรับเชิญในการจัดเวิร์คชอบการเรียนรู้ด้วยหลักการ ๓ หน่วยของอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผมจึงมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมworkshopครั้งนี้ด้วย
สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็เป็นเรื่องของหลักองค์ประกอบ 3 หน่วย ซึ่งหากอธิบายให้เข้าใจกันโดยทั่วไปก็คือ องค์ประกอบที่มี พระเอก พระรองและตัวประกอบ นอกจากนี้ก็ยังมีทฤษฎีอื่นๆด้วย ช่วงบ่ายเป็นการลงมือปฏิบัติจริงครับ workshop นี่ให้ความรู้ทางศิลปะที่เป็นประโยชน์ต่อผมมากครับ ส่วนวันที่ ๔ และ ๕ ผมไปหาอาจารย์ที่ร้าน เดอะชนบท เข้าไปครั้งแรกสัมผัสได้ถึงความสบายๆเป็นกันเองภายในร้าน อาจารย์ถามผมว่า “ของที่ระลึกคืออะไร” ในทีแรกผมยังตอบไม่ได้จึงจะใช้๒วันนั้นเป็นการหาคำตอบ
อยู่ที่เดอะชนบท เหมือนอยู่ในละครsitcom คือ จะมีคนเข้ามาพบปะอยู่เรื่อย ไปมาอยู่เรื่อย มีทั้งนักท่องเที่ยว ลูกค้าประจำ และเพื่อนๆของอาจารย์ อาจารย์บอกกับผมว่า “ ขายไปเรื่อยๆลูกค้าจะลดลง……แต่จะได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้น ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นผมเองจับได้ว่าสิ่งที่อาจารย์ท่านทำอยู่นั้น ไม่ใช้เพื่อขายให้ได้กำไรเยอะๆ ร่ำรวย เป็นเศรษฐี แต่เป็นไปเพื่อความสุขที่เรียบง่ายในชีวิต และนั้นคือกำไรที่ดีของชีวิต สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเดอะชนบทเป็นเรื่องของการเปลี่ยนทัศนคติ มุมมองของผมที่มีต่ออาชีพและศิลปะ ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจในการก้าวต่อในทางสายนี้…..ในวันสุดท้ายผมตอบอาจารย์ไปว่าของที่ระลึกคือสิ่งแทนความทรงจำ ที่เกิดจากความผูกพันอันดี อาจารย์ขยายต่อว่าของที่ระลึกเป็นมากกว่าความทรงจำแต่คือความประทับใจ เมื่อประทับใจก็อยากจะเก็บความประทับใจนั้นไว้ผ่านของที่ระลึกนั่นเอง

ในโอกาสนี้ขอขอบคุณ อาจารย์โรจ (ไพโรจน์ ธีระประภา) ที่เมตตาเปิดโอกาสแก่เยาวชนอย่างผมได้ไปศึกษางานของอาจารย์ ความรู้ที่ได้จากสิ่งที่อาจารย์สอนผม ผมจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตผมให้ได้ ขอบคุณที่อนุญาตให้ผมไปเวิร์คชอปขอบคุณสำหรับเสื้อที่อาจารย์ให้ผมสกรีนและนำกลับบ้านมาด้วยนะครับ

ขอขอบคุณ ป้าเขียง(ภรรยาของอาจารย์) ครับ ป้าช่วยดูแลผม สอนให้ผมช่วยขายของ แพคของ อธิบายเล่าเรื่องราวต่างๆของที่ร้านให้ผมฟังด้วยเช่นกัน ผมสัมผัสได้ถึงจิตใจอันดีงามและมีเมตตาของป้าครับ หากผมมีโอกาส จะไปเยี่ยมคุณป้า และอาจารย์โรจอีกนะครับ

ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาและมหาวิทยาราชภัฎธนบุรี ณ เวิร์คชอป ของอาจารย์โรจ อาจารย์ช่วยดูแล ทั้งอุปกรณ์ และอาหารและเบรค และอนุญาตให้ผมเข้าร่วมเวิร์คชอปด้วย ขอบคุณมากจริงๆครับขอขอบคุณ อาจารย์ทุกท่านที่มาเยี่ยม เดอะชนบท อาจารย์ให้ความรู้กับผมเช่นกันครับ ขอขอบคุณโรงเรียนปัญญาประทีปที่ตั้งวิชาแกะสลักชีวิต ที่สนับสนุนให้ผมมีโอกาสที่พิเศษ สอนให้เรารู้จักหาความรู้ไม่ใช่รอความรู้ และปลูกฝังสิ่งดีงามให้ผมเสมอมา  ขอบคุณครูมดที่เป็นครูศิลปะที่สอนเรื่องต่างๆในชีวิตของผมและชี้ทางผมมาตั้งแต่ม.๑ครับ ขอบคุณครูแจ๊ดที่คอยดูนักเรียนในวิชาแกะสลัก แนะนำสิ่งต่างๆและช่วยเหลือเวลาที่พวกเราต้องการเสมอมาครับ ขอบคุณกอล์ฟที่เป็นเพื่อนไปเรียนรู้กับอาจารย์ ลือด้วยกัน

สุดท้ายขอขอบคุณ ป๊า และ ก็ แม่ ที่คอยมาหาผมตลอด แม้ว่าต้องนั่งเครื่องมาทำงานเหนื่อยยังต้องเดินทางมากอีก ป๊าและแม่ก็ยังมาเป็นกำลังใจมาดูและผมเสมอๆ ขอบคุณน้ากัน ป้าอิ้ด ป้าจิ๋ม ป้าจิณ น้าเยาว์ ท่านเหล่านี้ ช่วยเหลือผมมาตลอดเวลาที่ป๊ากับแม่ไม่อยู่ ขอบคุณท่านอื่นๆและต้องขออภัยที่ผมอาจจะไม่ได้กล่าวถึงบนโลกนี้ทุกอย่างสัมพันธ์กันหมดเราทำสิ่งได้ไว้สิ่งนั้นย่อมส่งผลบางอย่างเสมอ แม้เพียงบางสิ่งที่ดูเล็กไม่มีความหมายมันอาจจะส่งผลต่อๆเรื่อยๆจนเกิดสิ่งที่มีความหมายมีคุณค่ามหาศาล อย่างคำที่เค้าบอกกันว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” หากสิ่งใดที่ทำให้เป็นผมทุกวันนี้มาเกิดจากท่านผมขอขอบคุณจริงๆ ครับ

เรื่อง ภาพ : ธนาสุทธิ์ นิติวัฒนกุล ตาล ม.๖ โรงเรียนปัญญาประทิป

วิชาบูรณาการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”แกะสลักชีวิต”