“เพราะชีวิต ไม่ได้มีแค่ กว้าง คูณ ยาว”

หลายๆคนคงคุ้นหูสำหรับประโยคนี้ แต่จำกันได้ไหมครับ…ว่าไปได้ยินมาจากที่ไหน?? ใช่แล้วครับ! ทุกคนคงจะได้ยินมากจากรายการโทรทัศน์สักรายการ หรือ จากยูทูป เพราะนั่นคือ.. ประโยคที่ได้เปลี่ยนความคิดของผม..ตั้งแต่ผมได้เริ่มต้นดูรายการ “Perspective”

ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา (1/8/59 – 7/8/59) ผมได้มีโอกาสไปเป็น เงา ของพี่เปอร์ – คุณสุวิกรม อัมระนันทน์ (พิธีกร ดีเจ และนักแสดง)และพี่ๆทีมงานรายการ Perspective เนื่องในวิชา “แกะสลักชีวิต” ตอน Job Shadowing

สืบเนื่องมาจากช่วงฝึกงานตอน ม.3 ทำให้รู้ว่า..ผมสนใจที่จะทำงานเกี่ยวกับการผลิตสื่อในทุกรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่แค่งานพิธีกรเพียงอย่างเดียว “จริงๆ ต้องถามว่า งานไหนบ้างในสาขานี้ที่ไม่ชอบมากกว่า (หัวเราะ)” แต่การฝึกงานในครั้งนี้..ต่างจากครั้งก่อน ตรงที่ผมเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น เริ่มวิเคราะห์ได้ลึกขึ้น ผมเริ่มรู้ว่าจริงๆ อาชีพตากล้อง นักตัดต่อ ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบที่สุด (เริ่มตัดอาชีพไปทีละอย่างๆ) สำหรับตอนนี้… พิธีกร ก็คงเป็นอาชีพที่ผมอยากเป็นมากที่สุด!ครั้งนี้เลยเลือกที่จะเป็นเงา พี่เปอร์ ซึ่งตลอดเวลาที่ผมอยู่กับพี่เปอร์ ผมก็พยายามสังเกตว่า พิธีกรที่ดี มีบุคลิกแบบไหน..มีวิถีชีวิตเป็นอย่างไร.. มันทำให้ผมรู้อย่างหนึ่งว่าการจะเป็นพิธีกรหรือนักพูดที่ดี “ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง” (เอ่า??) แค่ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เราจะพูดคืออะไร กลุ่มเป้าหมายของการพูดนี้คือใคร… แค่นี้การพูดของเราจะน่าฟังและมีวัตถุประสงค์ที่จะพูดแล้ว แต่การที่เราเป็นคนพูดเก่ง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นพิธีกรที่พูดแล้วน่าฟังขึ้น…อีกอย่างที่ผมสังเกตเห็น คือลักษณะการพูดของพี่เปอร์ จังหวะจะโคน ทั้งนอกและในรายการเหมือนกัน! พี่เค้าไม่ได้ฝืนธรรมชาติของตัวเองขณะเป็นพิธีกร แต่พี่กำลังเป็นตัวของตัวเอง ข้อนี้ทำให้ผมต้องกลับมาเปลี่ยนความคิดตัวเองเลยทีเดียวครับ ว่าเราต้องพูดให้ชัดเหมือนกันทั้งนอกและในเวที (หัวเราะ)

โดยที่ครั้งนี้ผมได้เห็นการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ เห็นกระบวนการตั้งแต่เริ่มหาข้อมูลคนที่จะสัมภาษณ์ ไปจนถึงการตัดต่อ และเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ/On Air ซึ่งช่วงเวลาที่ผมไปเรียนรู้นั้น ทางรายการก็ออกกอง ถึง 3ครั้งด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่กรุงเทพฯ ตระเวนไปจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี… ไม่ใช่แค่ออกภาคสนาม แต่ยังได้มีโอกาสนั่งระดมสมองช่วยพี่พี่ฝ่ายครีเอทีฟในออฟฟิศด้วย..

ตลอดช่วงเวลา 7 วัน นี้ ผมได้รู้อะไรหลายๆอย่างจากการถาม ที่สำคัญ ผมได้เข้าใจอะไรมากขึ้นผ่านการสังเกตและลงมือทำมีอีกหนึ่งคำพูด..ที่พี่เปอร์ได้บอกผม และเป็นคำที่ยังคงก้องอยู่ในหูผมเสมอ
“ถ้าเราเป็นพิธีกรที่ดี เราจะไม่รู้สึกแย่กับเสียงวิจารณ์เหล่านั้นเลย ที่เราเสียใจกับเสียงตอบรับที่ไม่ดี…. ที่เราเฟลกับการเล่นมุข ที่ไม่มีคนขำ ที่เรารู้สึกแผ่วเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงปรบมือจากผู้ชม….ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะ “ความคาดหวัง” ของตัวเรา.. นั่นหมายถึงการที่เราขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ไม่ได้มาจากความรู้สึก “อยากให้” แต่เรากำลัง “อยากได้” อะไรบางอย่างจากเค้า”คำพูดคำนี้จึงทำให้ผมย้อนกลับไปดูตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราไปยืนตรงนั้นเพื่ออะไร…

เหนือสิ่งอื่นใด……ถึงแม้จะเป็นแค่ระยะเวลาไม่กี่วัน แต่เวลา..กลับไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการเรียนรู้… ผมได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้.. ไม่ใช่เพียงแค่องค์ความรู้ทางด้านวิชาการ หรือวิชาชีพ ที่พี่ๆได้ถ่ายทอดให้..แต่ผมยังได้เรียนรู้ “ทักษะชีวิต” ที่ถึงแม้อาชีพที่เราจะทำในอนาคตจะเป็นอะไร มันก็ยังคงติดอยู่กับตัวเราไปเสมอ
“เพราะในชีวิตจริงไม่มีคำว่าแน่นอน”
สุดท้ายนี้… ขอขอบคุณผู้ใหญ่หลายๆคนที่คอยให้การสนับสนุนประสบการณ์ครั้งนี้ครับ

“พี่เปอร์-คุณสุวิกรม อัมระนันทน์” ที่เมตตาเปิดโอกาสให้ผมได้เข้าไปเรียนรู้งาน ที่เสียสละเวลามาพูดคุย และคอยเป็นห่วงถามไถ่อยู่เสมอ

“พี่โปร-คุณวิพุทธ อัมระนันทน์” ที่เปิดโอกาสให้ผมเข้าไปเรียนรู้งานเช่นกัน ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ผมทุกสิ่ง คอยประสานงานกับพี่ๆทีมงาน (และเลี้ยงข้าวมื้อเที่ยง555)

“พี่ท๊อป” ที่เป็นทั้งเพื่อน และพี่ชายที่คอยดูแล คอยให้คำแนะนำ ให้ความรู้ผมตลอดทริป

“พี่โฟกัส” ที่ทำหน้าที่ Admin ยอดเยี่ยม คอยอำนวยความสะดวกให้เราทีมงาน Blackdot ปฏิบัติงานได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด

“พี่ๆทีมงาน Blackdot และ ยานแม่” ที่เสียสละเวลาแบ่งปันความรู้ ที่สำคัญ…เป็นกันเองมากๆ

“โรงเรียนปัญญาประทีป” และรายวิชา แกะสลักชีวิต ถ้าไม่ได้อยู่โรงเรียนนี้ ก็คงไม่มีโอกาสที่มีค่าแบบนี้ 🙂

“ครูแจ๊ด” ที่คอยให้คำปรึกษา ชี้แนะแนวทาง สอนผมหลายๆสิ่ง และคอยเป็นห่วงเป็นใยผมมาโดยตลอด

“ครูมดและครูแต้ว” ที่คอยเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็ก 😛

“พ่อและแม่” ที่ทุ่มเทสุดแรงกายใจที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก จนส่งเข้ามา ปญป.และจะส่งผมเรียนจนจบมหาลัย 555

“ขอขอบคุณตัวเอง…” ที่รักษาสัญญาและสัจจะที่ตั้งไว้ ขอบคุณที่มีวินัย ขอบคุณที่สู้ไม่ถอย!

เรื่อง,ภาพ : พงศธร ระย้าพวง แทนไท ม.๖ โรงเรียนปัญญาประทิป

วิชาบูรณาการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”แกะสลักชีวิต”