“เป็นเงาตามงาน”

วันที่ 1-5, 8-9 สิงหาคมที่ผ่านมา พีชชี่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ เป็นเงาตามงาน หาประสบการณ์ใหม่ๆที่บริษัท แม่น้ำร้อยสาย และที่ สหทัยมูลนิธิมาค่ะ ซึ่งเป็น 2 อาชีพที่แตกต่างกันมาก และความรู้ที่ได้ก็แตกต่างกันเช่นกัน แต่ชี่ก็ไม่ได้ ได้แค่ความรู้ สิ่งที่ชี่ได้รับกลับมา ทำให้ชี่อยากจะแบ่งปัน เล่าความรู้ ประสบการณ์หลายๆอย่างมาให้ทุกท่านฟังกันค่ะ

4 วันแรก แม่น้ำร้อยสาย บริษัท แม่น้ำร้อยสาย ทำงานอาชีพ Event Organizer ซึ่งเป็นอาชีพงานที่ชี่สนใจมาก เพราะมันดูสนุกทั้งคนจัด และคนได้เข้างาน มันเป็นเหมือนอาชีพที่ทำแล้วไม่มีวันเบื่อ และเป็นอาชีพที่จะสามารถทำให้ผู้อื่นมีความสุข ในอาชีพนี้ชี่ก็ได้ไปเป็นเงาเรียนรู้งานจากพี่ๆผู้เมตตาหลายท่านเลยค่ะ เริ่มจากวันแรก ชี่เริ่มงาน 9 โมง พอไปถึงชี่ก็ได้พบเจอกับพี่ๆใจดีหลายคน และได้เข้าร่วมประชุมรวมที่มีผู้บริหารและ พี่ๆแต่ละฝ่าย การประชุมที่นี่เป็นการประชุมที่ชี่ประทับใจมาก เพราะมันดูเฮฮา ไม่เครียด พอการประชุมจบชี่ก็ได้ไปเรียนรู้แต่ละฝ่ายงานซึ่งเรียนรู้วันละฝ่าย ฝ่ายแรก Creative หรือเรียกว่าเป็นนักคิด ซึ่งจะมีพี่อ้อม และพี่แบงค์ที่เป็นผู้ให้ความรู้ชี่ ชี่ได้ลองทำPaperของงานบริษัทหนึ่ง พี่จะมีใบบรีฟงานให้ งานนี้ชี่ก็ต้องคิด ทั้งหาชื่อตีม ชื่องาน การแต่งกาย พิธีกร ฯลฯ ทำออกมาเป็น Powerpoint เพื่อเสนอลูกค้า(แต่ชี่ยังไม่ได้ทำงานจริงนะคะ) พอทำออกมาเสร็จ พี่ก็จะแนะนำว่าควรปรับอะไรบ้าง

ต่อด้วยวันที่สอง ชี่ได้อยู่ฝ่าย Graphic กับพี่มัด ซึ่งชี่ได้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบ และโปรแกรมIllustratorเพิ่มมากขึ้น ชี่ได้ออกแบบโลโก้ Background�งาน ฯลฯ และพี่มัดก็จะคอยบอกชี่ว่าส่วนไหนดีแล้ว หรือว่าส่วนไหนควรแก้ไขค่ะ

วันที่สาม ชี่ได้อยู่ฝ่าย Designer หรือออกแบบเวที ฉาก กับพี่เพชร ชี่ก็ได้ช่วยพี่เพชรร่างแปลนงาน และลวดลายต่างๆที่จะไปอยู่บนฉาก และจะได้ใช้งานจริง ซึ่งพอพี่เพชรบอกว่าจะให้ชี่ทำงานนี้ชี่รู้สึกตกใจ และดีใจมากที่จะได้ทำมัน ถึงมันจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆน้อย

และวันสุดท้าย ถือว่าเป็นบุญของชี่จริงๆที่ ที่บริษัทได้รับงานเร่งด่วน เพราะตอนที่ชี่ติดต่อไป ที่บริษัทยังไม่มีงานที่ชี่จะได้ลงพื้นที่จริง แต่มีงานเร่งด่วนเข้ามาวันอังคาร และงานจัดวันพฤหัส ชี่จึงได้ลงพื้นที่ เห็นกระบวนการทำงานตอนลงพื้นที่จริง และได้ช่วยพี่ๆทำงานด้วยค่ะ
ในโอกาสนี้ชี่ก็ขอกราบขอบพระคุณ พ่อยุ่น แม่หน่อยค่ะ ที่ได้ให้โอกาสชี่เข้าไปเรียนรู้งานกับที่บริษัท และเผยแพร่การทำงานแบบใหม่ๆที่น่าสนใจให้ชี่ค่ะ ขอขอบพระคุณพี่อ้อม พี่แบงค์ พี่มัด พี่เพชร พี่ชมพู่ พี่ซุป พี่วิทย์ พี่พลอย พี่แตง พี่นกค่ะ ที่ได้สละเวลาให้ความรู้ แรงบันดาลใจ รวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆที่สำคัญมาก ชี่จะไม่มีวันลืมเลยค่ะและ 3 วันสุดท้าย สหทัยมูลนิธิ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สำคัญไม่แพ้กัน

สหทัยมูลนิธิ เป็นมูลนิธิที่ส่งเสริมและ ดำเนินการให้เด็กทุกคนมีชีวิตอยู่ในครอบครัวของตนเองอย่างมั่นคง เป็นที่ปรึกษาในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านท้องไม่พร้อม และช่วยจัดหาครอบครัวบุญธรรม หรือครอบครัวที่ดูแลเด็กชั่วคราว ซึ่งก็เป็นหนึ่งในอีกอาชีพงานที่ชี่สนใจคือ สังคมสงเคราะห์ ที่สหทัยมูลนิธิ ชี่ได้ไปเป็นเงาของแม่โกะ ชี่ได้เรียนรู้หลายอย่างมากเลย เริ่มจากวันแรก แม่โกะได้เล่ากระบวนการ ให้ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับอาชีพสังคมสงเคราะห์ และสหทัยมูลนิธิให้ฟังค่ะ เสร็จแล้วแม่โกะก็ได้ให้ชี่ไปเรียนรู้งานที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด กับคุณครูเล็ก ซึ่งเป็นครูที่ดูแลเด็กอ่อนที่อยู่ที่สถานสงเคราะห์ ในวันที่ชี่ไปเป็นอาทิตย์ที่ทางสถานสงเคราะห์งดให้จิตอาสาหรือ นักศึกษาฝึกงานเข้าทำกิจกรรมกับเด็กพอดีเลยค่ะ ชี่เลยไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรกับน้องๆ แต่ได้ดูอยู่ห่างๆเพราะเป็นช่วงที่น้องๆกำลังป่วยกันเยอะค่ะ ชี่จึงได้ช่วยครูเล็กพับเสื้อผ้า จัดของเล่น และจัดหนังสือให้น้องๆ แต่ครูเล็กก็จะคอยเล่าความรู้ กระบวนการ ข้อมูลต่างๆให้ชี่ฟังอยู่ตลอด ซึ่งน้องๆที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้ต้องมาอยู่ เช่นกำพร้า ถูกทอดทิ้ง ครอบครัวไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยง เป็นต้น วันที่สอง เป็นวันที่มี แม่เยี่ยม คือวันที่เด็กที่ทางมูลนิธิให้อยู่กับแม่นม และพ่อแม่จริงๆมาเจอกันค่ะ ที่เด็กต้องไปอยู่กับแม่นมเพราะพ่อแม่อาจมีปัจจัยต่างๆที่ไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กๆได้ เด็กก็ต้องไปอยู่กับแม่นมก่อนชั่วคราวค่ะ พอครึ่งบ่าย ชี่ก็ได้ไปลงพื้นที่ ได้เป็นเงาของแม่โกะไปดูเคส เคสหนึ่งที่โทรมาปรึกษากับทางมูลนิธิค่ะ วันนี้เป็นวันที่ชี่ได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่สุดค่ะ เคสนี้เป็นเคสท้องไม่พร้อม ซึ่งก็ได้ไปหาเขาถึงที่ พอไปถึง ทำให้ชี่อึ่งไปสักพักเพราะเขาอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ อยู่ตัวคนเดียว อายุ19 และท้องแก่ใกล้คลอดแล้วค่ะ ขอไม่เล่าถึงรายละเอียดมากนะคะ ซึ่งชี่ก็ได้เห็นกระบวนการ รูปแบบหลายๆอย่างเลยตอนที่เขาคุยกับแม่โกะ แม่โกะก็ได้ให้ข้อมูลเขามากมาย และหาวิธีช่วยเหลือเขาค่ะ และวันสุดท้าย ชี่ได้ไปเรียนรู้งานที่ บ้านสุขฤทัย เป็นสถานที่ ที่พักพิงสำหรับผู้หญิงที่ท้องโดยไม่พร้อม หรือไม่พึงประสงค์ ที่นี่ก็จะมีซิสเตอร์เป็นผู้ดูแล และให้คำปรึกษาต่างๆ ซึ่งซิสเตอร์ก็ได้ให้ข้อมูล ความรู้ต่างๆที่สำคัญทั้งเกี่ยวกับอาชีพที่ชี่สนใจ หรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านสุขฤทัยให้ชี่ฟังค่ะ หลังจากนั้นชี่ก็ได้ไปที่ ฟาติมา เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นที่ ที่ให้เด็ก และผู้หญิงที่ต้องการทำงานมาประดิษฐ์ สร้างสรรค์ผลงานเย็บ ปักผลงานเสื้อผ้า ของใช้หรือ ของตกแต่งในบ้านค่ะ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้านสุขฤทัยค่ะ

ชี่ขอกราบขอบพระคุณ แม่โกะค่ะ ที่ให้โอกาสชี่ได้ไปเป็นเงาของแม่โกะ ชี่ได้รับความรู้ ประสบการณ์ ความประทับใจใหม่ๆที่น่าสนใจมากมายเลยค่ะ ขอขอบพระคุณ คุณครูเล็กค่ะ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานที่สถานสงเคราะห์ ขอขอบพระคุณซิสเตอร์ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพ และข้อมูลต่างๆ ขอบคุณ พี่นุช และพี่เพชร(พี่ฝึกงานคณะสังคมสงเคราะห์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และคณะค่ะ

ท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ขอขอบพระคุณ โรงเรียนปัญญาประทีป ที่มีวิชาแกะสลักชีวิต และทำให้ชี่ได้มีโอกาสได้ไปเรียนรู้งานตามอาชีพที่ชอบและสนใจที่อยากจะเป็นในอนาคต
ขอขอบพระคุณ ครูแจ๊ด ครูประจำวิชา และครูมด ครูประจำชั้น ที่คอยช่วยเหลือ ให้ข้อมูล ให้คำแนะนำและ ให้กำลังใจมาโดยตลอด

ขอขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ที่คอยสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ชี่มาโดยตลอดค่ะ

เรื่อง,ภาพ : พิชญา เพ็ญพัฒน์ ณ อยุธยา พิชชี่ ม.๖ โรงเรียนปัญญาประทีป

วิชาบูรณาการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”แกะสลักชีวิต”