เป็นเงาตามงาน” วิชาแกะสลักชีวิต

เมื่อวันที่ ๑-๕ ส.ค.ที่ผ่านมา คือสัปดาห์ที่เป็นทริปของม.6 ที่เราแต่ละคนแยกย้ายไปเรียนรู้งานที่ตนเองสนใจ ทริปนี้คือ ทริป “เป็นเงาตามงาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หนึ่งในวิชา ”แกะสลักชีวิต” ซึ่งเป็น กิจกรรมต่อยอดจากวิชา “โตก่อนโต” ของชั้นม. ๓ ที่เปิดโอกาสให้เราได้สมัครไปเป็นเงา เรียนรู้งานที่เราสนใจอีกครั้งจากมืออาชีพ หรือผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เพื่อช่วยให้เรามีความมั่นใจในการเลือกทางเดินในการศึกษาต่อหรือทำงานในอนาคตต่อไป ซึ่ง “ศิลปะ” เป็นสิ่งที่ผมชอบและอาจจะถนัดที่สุด

เริ่มแรกเลยก่อนที่ผมจะไปฝึกงาน ผมเครียดทั้งวันเลยเพราะหาที่ฝึกงานไม่ได้ไม่รู้จะไป ที่ไหน ฝึกอะไร เศร้า( TOT ) แต่ผมโชคดีที่ได้คุณครูดีๆที่ ให้คำปรึกษา และครูแนะนำให้ดูรายการอาชีพนอกกระแส ผมจึงไปดูว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ได้อะไรใหม่ๆและที่จะทำให้ผมได้พัฒนา ซึ่งดูไปหลายเรื่องน่าสนใจทุกอย่างเลยครับแต่ส่วนใหญ่หาที่ติดต่อไม่ได้ และในที่สุดผมก็ได้รับความเมตตาจากศิลปินท่านหนึ่ง ท่านนั้นคืออาจารย์ลือ จันทร หรือ น้ากบ ซึ่งท่านเป็นนักประติมากรกระดาษ ตอนที่ผมคุยเพื่อติดต่อขอฝึกงานกับท่าน ผมรู้สึกเลยว่าท่านใจดี ซึ่งตอนไปเรียน ท่านก็ใจดีจริงๆครับ ท่านเตรียมให้เราทุกๆอย่าง ตั้งอุปกรณ์ทำงาน ไปจนถึงหนังสือเรียน รวมถึงดูแลอาหารการกินให้กับผมทุกมื้อตลอด 5 วัน ผมเกรงใจจนทำตัวไม่ค่อยถูก

กระดาษสามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แต่งานประติมากรรมกระดาษ คือ การทำให้กระดาษ มีมิติ เกิดการนูน มีลอยยับ ทั้งพับ และทำให้เกิดเงา มันมีชื่อเรียกของมัน คือ paper sculpture เป็นการสร้างสรรค์จากกระดาษที่ทำให้มีมิติมากขึ้น ตอนเรียนก็ เริ่มที่ละขั้นตอนจากง่ายไปยากที่ละขั้นตอน อาจารย์ท่านสอนทั้งวิชาการ วิชาชีพ และ วิชาชีวิต โดยเฉพาะคติธรรมต่างๆให้กับผม ผมประทับใจคำสอนอาจารย์ที่บอกว่า “อย่าใช้ กฎ 2 นาที คือห้ามใช้คำว่าเดียว ไม่ว่าอะไรก็ตามให้ลงมือทำนะตอนนั้นเลย จะได้มีเวลาธุระส่วนตัวมากขึ้น” ยกตัวอย่างเช่น แม่บอกให้ไปล้างจาน เราบอกว่าเดี๋ยว แต่คำว่าเดี๋ยวนี้น่ะ มันไม่รู้หรอกว่าเดี๋ยวกี่นาที จนพอข้าวเที่ยง ก็ต้องใช้จานใช่มั้ย แต่จานยังไม่ได้ล้าง ก็ต้องเอามาเพิ่ม จานที่ต้องล้างก็เพิ่มปริมาณในการล้างจานมากขึ้น เราก็เสียเวลาอยู่กับล้างจาน แทนที่จะล้างนิดเดียว ก็เสียเวลาของเราไป และอาจารย์ก็บอกว่าเวลาเราชนะมันไม่ได้และซื่อเวลาไม่ได้ด้วย เราก็ต้องแข่งกับเวลา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นอกจากคติธรรมต่างๆแล้ว ทริปครั้งนี้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง และเข้าใจตัวเองมากขึ้น ผมรู้ว่าตนเองถนัดงานที่ต้องลงมือทำ ผมได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน กระบวนการคิด นอกจากนั้น ผมยังได้ฝึกฝนวิชาชีวิตในเรื่องความอดทน ความพยายาม การมีสติสมาธิ รวมถึงการคอยเก็บรายละเอียด ความประณีตกับงานซึ่งผมยังต้องฝึกอีกมาก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรียนแล้วจะได้เลย แต่เราจะต้องฝึกทำบ่อยๆ ฝึกจนชิน จนชำนาญ และมันจะทำให้เราพัฒนาได้หลายๆด้าน

ผมรู้สึกดีใจมากๆที่อาจารย์เมตตาผม รู้สึกซาบซึ้งและขอขอบคุณอาจารย์ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้รับประสบการณ์ ได้เรียนรู้และให้คำแนะนำ ตลอด 5 วันเต็ม ขอบคุณที่อาจารย์ที่เสียสละเวลาของอาจารย์มาคอยนั่งสอน อธิบายทีละขั้นตอน จนผมเข้าใจ และคอยซักถามบ่อยๆว่าเข้าใจไหม ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้ แต่ผมอาจถามน้อยไปหน่อย และผมต้องขออโหสิกรรมหากผมทำอะไรที่ทำให้อาจารย์ไม่สบายใจ ณ ที่นี้ด้วย ผมสนุกมากและได้เรียนรู้อะไรมากมาย และ ถ้ามีโอกาสผมอยากจะขออนุญาตไปเรียนรู้จากท่านหรือไปเยี่ยมท่านอีกครับ ขอบคุณมากๆครับ

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณคุณครูโรงเรียนปัญญาประทีปที่คอยชี้แนะแนวท่านให้ผมครับ ขอบคุณครูประจำชั้น คุณครูประจำวิชา ขอบคุณที่มีวิชานี้และขอบคุณพ่อแม่ที่ให้โอกาสผมได้มาอยู่โรงเรียนนี้

เรื่อง,ภาพ ; ศุภกร มงคลพร กอล์ฟ ม.๖ โรงเรียนปัญญาประทีป

วิชาบูรณาการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว”แกะสลักชีวิต”