คลายปม (FAQ)
๖ คำถามและคำตอบ เรื่อง “พุทธปัญญา” PDF
———————————————————————————————————————————————–
FAQ
ถาม: การที่ลูกอยู่โรงเรียนวิถีพุทธ จะทำให้ลูกออกไปเผชิญโลกที่ ‘แท้จริง’ ข้างนอกได้หรือไม่?
ตอบ: พุทธศาสนา คือศาสนาของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน การศึกษาพุทธปัญญา คือการศึกษาระบบที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าถึงความจริงตามธรรมชาติของสรรพสิ่งทั้งปวง โดยเริ่มจากธรรมชาติของกายและใจตน ให้รู้จักกิเลสที่เกิดขึ้น ให้ตามดูความไม่เที่ยงแท้ถาวรของมัน
ตัวอย่างเช่น เมื่อใดที่เด็กเกิดความทุกข์ในใจ ครูจะพาให้เด็กกล้าเผชิญ ติดตามดูความทุกข์นั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร ความทุกข์นั้นส่งจะผลกับกายและใจของเราอย่างไร มีเหตุ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดความทุกข์นั้น ความทุกข์นั้นมันอยู่คงที่หรือไม่ และมีวิธีการแก้ไขปัญหาหรือดับความทุกข์นั้นได้อย่างไร เกิดอิจฉา หรือโกรธ ก็ให้รู้ว่าอิจฉาเพื่อนแล้วรู้สึกดีไหม ภูมิใจไหมที่อิจฉาคนอื่น โกรธคนอื่นแล้วสนุกไหม หน้าตาดูดีไหม มีความสุขดีไหม
เรามิได้เน้นให้เรียนรู้ ท่องจำแต่สิ่งที่ถูกพิมพ์อยู่ในตำรา เพื่อสอบแข่งขันกับผู้อื่น แต่ปลุกให้ใฝ่เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงบนโลกนี้ ให้เป็นผู้กล้าเผชิญปัญหาอย่างมีสติ ให้มีวิธีคิดที่ประกอบด้วยพุทธปัญญาในการจัดการแก้ไขปัญหานั้นๆ รู้จักฝึก-ฝืน เอาชนะไม่คกเป็นทาสของกิเลส เช่น ความอยากได้ อยากมี อยากเป็นของตน สอนให้รู้จักและเท่าทันกิเลสตนเอง เมื่อรู้จักเท่าทันตนแล้ว ก็จะเข้าใจและเท่าทันผู้อื่นด้วย รู้ดี-ชั่ว สามารถเผชิญและจัดการโลกในใจของตน รวมถึงโลกภายนอกตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่มีวันล้าสมัยและใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา
ถาม: เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายมาอยู่ในโรงเรียนประจำอย่างนี้ จะอันตรายหรือไม่ อย่างไร?
ตอบ: เรามีการกำหนดวินัยเรื่องความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายไว้อย่างชัดเจน พร้อมกันการจัดวิถีชีวิตให้เอื้อต่อการสำรวม เช่น การเล่นกีฬาต่างที่ต่างเวลา หลังเลิกเรียนเวลา ๑๘.๓๐ น. ต้องแยกกันกลับหอ ไม่มีกิจกรรมที่มีโอกาสได้พบกันอีกในช่วงค่ำ ขณะเดียวกันครูก็ได้ช่วยกันพาเด็กคิด เรียนรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้น ให้รู้ว่าพฤติกรรมใดที่จะกระตุ้นเร้าความรู้สึกทางเพศ ให้เข้าไปรู้จักตนเอง ไม่ต้องอาย ไปตามดูตามเห็น ไปเรียนรู้เพื่อที่จะสามารถดูแลควบคุมกิเลสและตัณหาภายในของตนได้ เป็นที่พึ่งของตนเองและเป็นกัลยาณมิตรช่วยเหลือดูแลเพื่อนได้ นี่คือการบ่มเพาะพุทธปัญญาเป็นเครื่องป้องกันติดตัวลูกไป ดีกว่าติดกล้องวงจรปิดติดตามดูลูกทุกฝีก้าวแต่ตัดสินใจแทนลูกไม่ได้ หรือแม้ลูกจะเรียนอยู่ข้างบ้านไปกลับจากโรงเรียนทุกวันก็ตาม ถึงกระนั้นก็ช่วยลูกไม่ได้ถ้าลูกขาดปัญญา
